วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

งานครั้งที่ 3

1. SWOT Analysis คืออะไร ท่านคิดว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง พร้อมยกตัวอย่าง

SWOT Analysis คือ การวิเคราะห์ SWOT เป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์ ซึ่งช่วยผู้บริหารกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน โอกาสและอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอกตลอดจนผลกระทบที่มีศักยภาพจากปัจจัยเหล่านี้ต่อการทำงานขององค์กรSWOT มาจากตัวย่อภาษาอังกฤษ 4 ตัว ได้แก่

* S มาจาก Strengths หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบริษัท เช่น จุดแข็งด้านส่วนประสม จุดแข็งด้านการเงิน จุดแข็งด้านการผลิต จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล บริษัทจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์การตลาด

* W มาจาก Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในต่างๆ ของบริษัท ซึ่งบริษัทจะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหานั้น

* O มาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นผลจากการที่สภาพแวดล้อมภายนอกของบริษัทเอื้อประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กร โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่จุดแข็งนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน นักการตลาดที่ดีจะต้องเสาะแสวงหาโอกาสอยู่เสมอ และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น

* T มาจาก Threats หมายถึง อุปสรรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น
มีอย่างไรประโยชน์
การวิเคราะห์ SWOT เป็นสิ่งที่มีประยชน์มากสำหรับบริษัทหรือองค์กรที่แสวงหาผลกำไรหรือจะเรียกว่าในวงการธุรกิจก็ได้ เป็นการวิเคราะปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกเพื่อที่จะนำมาใช้ในกางวางแผนว่าบบริษัทควรจะปรับปรุงแก้ไขในส่วนไหนและควรที่จะเพิ่มในส่วนไหน สามารถใช้เป็นกลยุทธ์ในการวางแผนการตลาด
ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง บริษัทขายเสื้อ
ถ้าเป็นปัจจัยภายในก็จะมีการวิเคราะห์จุดแข็งกับจุดอ่อน
- บริษัทจะใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด ตัวอย่างจุดข็งด้านการผลิต เช่น พนกงานสามารถผลิตเสื้อได้ตามจำนวนที่ทางบริษัทกำหนดตามจำนวนที่ลูกค้าสั่งมา เป็นต้น
- ส่วนจุดอ่อนเป็นข้อบกพร่องที่ทางบริษัทจะต้องวิเคราะห์และหาวิธีแก้ไขให้ได้ เช่น เครื่องจักเก่ามากทำให้ผลิตได้ช้าไม่ตามที่ลูกค้าสั่งมา ทำให้ลูกค้าไม่พอใจต่อไปก็ไม่สั่งเสื้อกับบริษัทนี้อีก เป็นต้น
ถ้าเป็นปัจจัยภายนอกก็จะมีโอกาศกับอุปสรรค
-โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก และนักการตลาดจะใช้ประโยชน์จากโอกาศเสมอ เช่น ร้านขายเสื้อจะมีโอกาศตอนที่เสื้อรักในหลวงกำลังได้รับความนิยม ร้านขายเสื้อก็จะมีการผลิตเสื้อออกมาหลายๆแบบ ถึงผลิตแบบไหนออกมาก็ได้ขาย เพราะในสภาพแวดล้อมในตอนนี้คือประชชาชนนคนทั่วไปกำลังนิยมที่จะหาเสื้อรักในหลวงมาใส่ตามกระแส เป็นต้น
-อุปสรรคคือสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร ที่ธุรกิจจะต้องพยายามปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดคล้อง เช่น กระแสรักในหลวงเริ่มจางไปแล้ว ทำให้เสื้อเริ่มขายไม่ออก เราก็ต้องลดราคาเสื้อที่ผลิตออกมาแล้วให้หมดไป เป็นต้น


2.กิจกรรมช้าง ท่านมีกลยุทธ์ในการทำอย่างไร จงบอกขั้นตอนพร้อมอธิบาย ว่าท่านจะประยุกต์ดังกล่าวกับเรื่องอะไร เพราะเหตุใด
กลยุทธ์ของกลุ่มเราที่ใช้ในการทำช้าง
1.การวิเคราะห์ ดูทรัพยากรว่าเรามีทรัพยากรอะไรบ้าง มีมากน้อยแค่ไหน
2.การออกแบบ เราต้องออกแบบว่าเราจะทำช้างในลักษณะรูปร่างแค่ไหนจะทำสองมิติหรือสามมิติ จะทำตัวเล็กหรือว่าตัวใหญ่แค่ไหน
3.การวางแผน วางแผนว่าเราจะใช้ทรัพยากรในส่วนไหนมากน้อยแค่ไหนภายใต้ทรัพยากรที่เรามีอยู่ให้เหมาะสม และให้ช้างออกมาดูสมดุลและมีความสมจริงที่สุด และแบ่งงานกันทำ
4.ลงมือปฏิบัติ ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายแล้วก็นำมารวมเข้าด้วยกกันเพื่อให้ การสร้างช้างออกมาเป็นช้างที่ครบองค์ประกอบ
5.ส่งเข้าประกวด
จะประยุกต์กลยุทธ์ดังกล่าวกับเรื่องอะไร
ดิฉันขอประยุกต์เเข้กับสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดในตอนนี้ ในขณะที่เป็นนักศึกษาอยู่ที่จะเป็นเรื่องที่จะเป็นจริงมากที่สุด ก็คือจะประยุกต์เข้ากับงานทุกงานที่ได้รับมอบหมายแม้จะต้องทำกลุ่มหรือทำเดี่ยวก็ตามจะต้องมีการทำเป็นขั้นเป็นตอนถึงแม้จะไม่ครบทุกขั้นตอนตามกลยุทธ์ที่บอกมาก็ตาม ถ้าเรามีการทำงานที่เป็นระบบเป็นขั้นตอนก็จะทำให้งานของเราเป็นสัดเป็นส่วนมากยิ่งขึ้น


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น